Google เป็นบริษัทลูกของ Alphabet Inc. บริษัทแม่ของ Google Google ทำธุรกิจหลักได้แก่ Search, Ads, และ YouTube
1.วิธีหารายได้กับ Google Search
1.1 หารายได้ผ่าน Google Ads
ถ้าคุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การลงโฆษณากับ Google Search ทำได้ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Google Ads (หรือ Google AdWords เดิม)
ขั้นตอนการใช้งาน Google Ads
1. สามารถสมัครใช้งาน Google Ads ได้ที่ ads.google.com
2. เลือกวัตถุประสงค์ (Campaign Goal)
• เพิ่มยอดขาย (Sales)
• เพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ (Website traffic)
• เพิ่มการโทรหาธุรกิจ (Leads)
สำหรับมือใหม่ แนะนำเลือก Website traffic
3. เลือกประเภทแคมเปญ
• เลือก Search (โฆษณาจะขึ้นบน Google Search เวลาใครค้นหา)
4. กำหนดข้อมูลแคมเปญ
• Location (พื้นที่โฆษณา): กรุงเทพฯ, ทั่วประเทศ, หรือเฉพาะจังหวัด
• Language (ภาษา): ภาษาไทย / อังกฤษ
5. เลือก Keywords
• คลิก “+ Keywords” หลังจากนั้นใส่คำที่ลูกค้าใช้ค้นหา เช่น: เรียนพิเศษคณิต ม.ปลาย หรือ ร้านกาแฟใกล้ฉัน
• ใช้ Keyword Planner ใน Google Ads เพื่อดูปริมาณค้นหา
6. สร้างโฆษณา (Ad Copy)
• Headline (หัวข้อ): ใส่ 2–3 บรรทัด เช่น เรียนพิเศษคณิต ม.ปลาย รับประกันผลลัพธ์ หรือ ครูสอนเคมี ม.ปลาย ราคาไม่แพง
• Description (คำอธิบาย): อธิบายข้อดี / โปรโมชั่น
• Final URL: ลิงก์ไปหน้าเว็บไซต์ที่ตรงกับโฆษณา (Landing Page)
7. กำหนดงบประมาณและการประมูล
• งบรายวัน เช่น 200 บาท/วัน
• วิธีคิดค่าใช้จ่าย: CPC (จ่ายเมื่อมีคนคลิก)
• สามารถเลือก Smart Bidding ให้ Google ช่วยปรับราคาอัตโนมัติ
8. ตรวจสอบและเผยแพร่
• ตรวจดูคำสะกด ข้อความโฆษณา และ URL
• คลิก Publish
9. ติดตามและปรับปรุงผล
• เข้า Dashboard หลังจากนั้นดูจำนวนคลิก, ค่าใช้จ่าย, คำค้นที่ใช้จริง
• ปรับโฆษณาและเพิ่มคีย์เวิร์ดที่ได้ผล
• ทำ A/B Test หัวข้อหลายเวอร์ชัน
1.2 หารายได้ผ่าน Google SEO
Google SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization การปรับแต่งเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ให้ติดอันดับต้น ๆ บน Google โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา แตกต่างจาก Google Ads
เมื่อเว็บไซต์ติดอันดับสูง จะมีคนเข้าเยอะขึ้นทำให้เราสามารถสร้างรายได้จากทราฟฟิกที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้
2. หารายได้ผ่าน Google AdSense
Google AdSense คือ การนำโฆษณาของ Google เข้ามาติดตั้งในเว็บไซต์ของคุณหรือติดตั้งบนช่อง YouTube ของคุณ
Google AdSense คือ บริการฟรีจาก Google ที่ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์หรือ YouTube สร้างรายได้ จากการแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่อยู่ในเว็บไซต์ โดยเมื่อมีผู้เข้าชมคลิกโฆษณา เจ้าของเว็บไซต์ก็จะได้รับรายได้จากทาง Google
คุณสามารถเลือกว่าจะให้แสดงโฆษณาในตำแหน่งใดบนเว็บไซต์ของคุณ และ AdSense จะปรับแต่งโฆษณาให้เหมาะสมกับเนื้อหาในหน้าเว็บโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่าง Google AdSense คือ ป้ายแบนเนอร์โฆษณา เจ้าของเว็บไซต์สามารถเอาป้ายโฆษณาในเครือของ Google AdSense มาติดบนเว็บ ทุกครั้งที่มีคนคลิกที่ป้ายโฆษณาเจ้าของเว็บไซต์ก็จะมีรายได้
Google AdSense ทำงานอย่างไร
1. เจ้าของเว็บไซต์/YouTube สมัครใช้ Google AdSense
2. ผู้ลงโฆษณา (Advertiser) ซื้อโฆษณาผ่าน Google Ads
3. Google จะจับคู่โฆษณาเหล่านั้นกับเว็บไซต์หรือวิดีโอที่เหมาะสม
4. คุณได้เงินเมื่อมีคน คลิกโฆษณา (CPC = Cost per Click) หรือเมื่อโฆษณาแสดงครบ 1,000 ครั้ง (CPM = Cost per Mille)
รูปแบบที่ใช้ได้กับ AdSense
• เว็บไซต์ / บล็อกแสดงโฆษณาเป็นแบนเนอร์, ข้อความ, หรือ Auto Ads
• YouTube Channel เปิด “Monetization” ให้โฆษณาขึ้นก่อนหรือระหว่างวิดีโอ
• แอปมือถือ (ผ่าน Google AdMob)
การจ่ายเงิน
Google จะสะสมรายได้ให้คุณทุกเดือน เมื่อยอดถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,500 บาท) Google จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
วิธีหารายได้ผ่าน YouTube
คุณสามารถหารายได้จากการเปิดช่อง YouTube เป็นของตัวเองได้ ซึ่งวิธีการหารายได้จาก YouTube นั้นมีหลากหลายวิธี
1. รายได้จากโฆษณา (YouTube Partner Program - YPP)
เมื่อสมัครเข้าร่วม YouTube Partner Program (YPP) แล้ว คุณสามารถเปิดการสร้างรายได้จากโฆษณาที่แสดงบนวิดีโอได้
คุณสมบัติขั้นต่ำ
- มีผู้ติดตาม (Subscribers) มากกว่าหรือเท่ากับ 1,000 คน
- มียอดชมวิดีโอรวม 4,000 ชั่วโมงขึ้นไป ภายใน 12 เดือนล่าสุด หรือ มีผู้ติดตามมากกว่าหรือเท่ากับ 1,000 คน และ Shorts Views มากกว่าหรือเท่ากับ 10 ล้านครั้ง ภายใน 90 วัน
- รายได้ขึ้นอยู่กับ CPC CPM (Cost-per-thousand impressions) ประเภทคอนเทนต์ และกลุ่มผู้ชม
2. Super Chat & Super Stickers
ผู้ชมสามารถ “สนับสนุน” ด้วยการจ่ายเงินเพื่อให้ข้อความของตัวเองเด่นขึ้นในไลฟ์สด รายได้ตรงนี้เข้าครีเอเตอร์โดยตรง
3. YouTube Memberships
เปิดระบบสมาชิกช่อง (Channel Memberships) ผู้ติดตามจ่ายรายเดือนเพื่อรับสิทธิพิเศษ เช่น อีโมจิพิเศษ คอนเทนต์ลับ ไลฟ์สำหรับสมาชิก
4. YouTube Shorts Fund / Shorts Ads Revenue
ถ้าทำ YouTube Shorts (วิดีโอสั้น) ก็มีรายได้จากการแบ่งส่วนโฆษณาที่แสดงใน Shorts feed
5. ขายสินค้า (Merchandising)
หากช่องมีผู้ติดตามเยอะ สามารถขายสินค้าของตัวเอง เช่น เสื้อ, หมวก, สติ๊กเกอร์ ผ่าน YouTube Merch Shelf
6. สปอนเซอร์ (Brand Deals)
แบรนด์ต่าง ๆ อาจมาจ้างให้คุณโปรโมตสินค้าหรือบริการในวิดีโอ รายได้มักจะสูงกว่าค่าโฆษณา (ขึ้นกับความนิยมของช่องและกลุ่มผู้ติดตาม)
7. Affiliate Marketing
ใส่ลิงก์ Affiliate ไว้ใต้คลิป (เช่น Lazada, Shopee, Amazon) เมื่อมีคนกดซื้อสินค้าผ่านลิงก์ คุณจะได้ค่าคอมมิชชั่น
Google เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสร้างรายได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทำโฆษณาผ่าน Google Ads และ Google AdSense หรือการเป็นครีเอเตอร์บน YouTube